2006/Oct/28


"คุณกลัวตายไหม" เขาถามผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
พัดลมเหนือหัวเราทั้งสองหมุนตัวเองช้าๆลมอืดอาดทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้นเพียงเล็กน้อย ผมนั่งนิ่งคิดใครกันเล่าที่จะไม่กลัวความตาย
"ผมว่าคุณกลัว" เขาพูด
"ถูกต้องเป็นที่สุด ผมกลัวตาย" ผมตอบ กลืนน้ำลายหนึ่งอึกพร้อมข่มความกลัวลงในลำคอ "หรือคุณไม่กลัว" ผมย้อนถาม
เขาก้มหน้านิ่งไปอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าส่ายหัวช้าๆเขาตอบผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบกว่าเดิม "คนส่วนใหญ่ที่ผมเคยถามมักเลือกคำตอบเดียวกับคุณ และไม่ต้องสงสัยผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน แต่ผมคิดว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่เรากลัวกันลึกๆแล้วนั้น ไม่ใช่เพียงความตายเฉยๆดอกแต่เป็นสิ่งที่พ่วงมากับมันเสียมากกว่า เช่นเดียวกับของแถมในถุงขนมขบเคี้ยวหลอกเด็กอย่างไรอย่างนั้น คืออะไร คุณลองทายดูสิ"
"เอ่อ" ผมขมวดคิ้วเป็นปม "มืดไปทั้งแปดด้าน"
"ความเจ็บปวดก่อนตายน่ะซี" ชายชราเงยหน้ามองพัดลมเอื่อยเฉื่อยบนเพดานมันหมุนปาดปัดลมบางๆลงสู่หัวเราทั้งสองคน เขาหันกลับมามองหน้าผม"คุณว่าอย่างนั้นไหม"
"ความเจ็บปวดหรือ" ผมทวนคำพูดของชายชราพร้อมขมวดคิ้วเป็นปมอีกมัด "ถ้างั้นคุณจะให้ผมคิดว่าถ้าความตายไม่เจ็บปวดก็คงไม่มีใครกลัวตาย ผมว่าอย่างนั้นถูกไหม"
"ไม่เห็นเป็นอื่นแต่อย่างไรก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องตายอย่างเจ็บปวดไปเสียหมดบางคนอาจจะได้สิ้นใจอย่างสงบเงียบเคียงข้างคู่รักบนเตียงนอนขณะร่วมรักก็เป็นได้ ทว่าหากเปรียบชีวิตของมนุษย์ ก็เหมือนเดินอยู่ในโพรงถ้ำทอดยาวแสนไกลยิ่งใช้เวลาเดินเข้าไปมากเท่าไร ก็ยิ่งลึกและมืดมิดยากจะมองเห็นจุดหมายปลายทาง ใครจะรู้ คนที่มีอุปกรณ์ดำรงชีพเพรียบพร้อมอาจจะเจอทางตันเมื่อใดก็ได้" ชายชราหยุดไอแห้งๆ ก่อนจะพูดต่อ"อย่างผมก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาจบชีวิตแบบนี้ แปลกดีเหมือนกันนึกว่าตัวเองจะต้องตายเพราะมะเร็งเสียอีก"เขายิ้มจางๆจนเกือบมองไม่เห็นถ้าไม่สังเกต
ผมลุกขึ้นจากมานั่ง เดินไปหาเขา "คุณพร้อมแล้วหรือยัง"
"ก็ไม่เชิง" เขาหันไปมองหน้าต่าง "ขอสูดอากาศบริสุทธิ์อีกครั้งได้ใหม่ แค่อึดใจเดียวเท่านั้น"
ผมเดินไปเปิดหน้าต่าง แรงลมแรกพัดละเลียดปลายจมูกจนสุดท้ายผมผมเดินกลับมานั่งบนม้านั่ง "พร้อมเมื่อไรก็บอกผม ยังไงเราก็มีเวลาทั้งวัน"
ชราพยักหน้ารับขณะตายังจับจ้องไปนอกหน้าต่าง "ผมขออีกอย่างได้ไหม" เขาพูด
"ว่ามา"
"ช่วยทำให้มันไม่เจ็บทีเถิด" เขายังมองออกไปนอกหน้าต่าง
"เสียใจ คงให้อย่างที่คุณหวังไม่ได้"
เขายิ้มเศร้าๆประกอบคำพูด "ชีวิตไม่ได้สวยหรูเสมอไปสินะ"
"มันไม่มีคำว่าสวยหรูเลยต่างหาก" ผมพูด "ผมไม่เคยประสบพบเจอ อยากรู้จักเหมือนกัน ไอ้ชีวิตสวยหรูมันเป็นอย่างไร"
เขายังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง บ่นคำพูดงึมงำในคอ ผมจับใจความไม่ได้ แต่คิดว่า ชายชราคงกำลังปล่อยลมพัดพาความคิดฟุ่งซ่าน
เราทั้งสองคนเงียบไปพักใหญ่ รู้สึกสบายตัวจนผมเผลอหลับไปนาฬิกาข้อมือส่งเสียงสัญญาณบอกเวลาบ่ายสามตรง ผมสะดุ้งตื่นหันไปตรวจชายชรา โชคดีที่เขาก็หลับไปเช่นกันในท่าที่ถูกมัดมือและเท้าติดกับเก้าอี้อย่างนั้นคงหลับได้ไม่สบายตัวเป็นที่สุด ผมคิด ลุกจากม้านั่งอีกครั้งผมเดินไปที่หน้าต่าง จุดบุหรี่สูบ ตะล่อมรสควันจนหมดมวนผมดีดก้นกรองออกนอกหน้าต่างจากชั้นห้าเดินกลับมานั่งประกอบเครื่องเก็บเสียงกับปลายกระบอกปืนเขายังหลับอยู่จากที่เห็น ผมใส่แม็กกาซีน ปลดล็อค สับไก เล็งที่ขมับเขาอาจกำลังฝันดีกระมัง งั้นผมคงเป็นฝันร้ายสำหรับเขาก็ไม่ปาน ผมคิดก่อนจะเหนี่ยวไกสองครั้ง กระสุนพุ่งไปทะลวงกระโหลกของเขาสองตำแหน่งใกล้กันเงียบ ไร้ซุ่มเสียง
ผมถอนหายใจก้อนใหญ่หลังจากเสร็จงานเอนพิงหลังนั่งนิ่งมองพัดลมเอื่อยเฉื่อยมันปล่อยให้ลมนอกหน้าต่างพัดเข้ามาแย่งหน้าที่ของมันอยู่อย่างนั้นกลิ่นเลือดโชยไปมาคุ้นจมูก
ผมหันไปมองชายชรา เห็นเลือดไหลเป็นทางจากศีรษะจรดปลายคางของเขา โดยไม่ต้องเดินไปจับชีพจรแต่อย่างใด ผมรู้ได้ทันทีว่าเขาตายแล้ว
แม้ผมจะหยุดลมหายใจของชายชรายามหลับใหลแต่ด้วยวิธีการตายก็ถือว่าเจ็บปวดทรมานพอดู อย่างเช่นที่เขาบอกความตายคงน่ากลัวอย่างนี้กระมัง แต่ผมชักเริ่มชินชากับมันแล้วนี่เป็นครั้งที่เท่าไร ผมจำไม่ได้เหมือนความรู้สึกรับผิดชอบต่อการกระทำตรงหน้าชักจะเลอะเทอะและเลือนลางลงทีล่ะน้อย
ผมควักบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ด้วยริมฝีปากถอดเก็บอุปกรณ์เลี้ยงชีพใส่กระเป๋าเป็นระเบียบสำหรับผมเวลานี้ความตายตรงหน้าของชายชราก็ไม่ต่างจากการจิบกาแฟยามบ่ายเท่านั้นและความเจ็บปวดก่อนตายที่ชายชราประสบอาจจะเป็นเพียงแค่รสขมของกาแฟแรกลิ้นสัมผัสก่อนกลืนลงท้อง
เหยาะน้ำตาลสักช้อนสองช้อน ความเจ็บปวดก่อนตายอาจหอมหวานจนควงแขนความขมให้ชวนดื่มก็เป็นได้
"คุณคิดอย่างนั้นไหม" ผมหันไปถามชายชรา ก่อนลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างสายลมจากภาพนอกเฮือกสุดท้ายลูบอำลาใบหน้าของผม "คุณคงไม่กลัวตายแล้วสินะ"ผมถาม
เป็นปรกติที่ชายชราจะไม่ตอบ เพราะเขาตายสนิท
ส่วนผมยังไม่อยากคิดจะลิ้มรสความตายอย่างของชายชราในเร็ววันแน่นอน
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ..

ไม่มีใครอยากต้องการ ..

แต่ไม่ช้าไม่นาน ..

ต้องพบพานกันทุกคน

โอ้ .. ความตาย ..
คำถาม "คุณกลัวตายไหม"

คำตอบ "ไม่... ฉันไม่กลัว"

คำถาม "ถ้าอย่างนั้น คุณกลัวอะไร"

คำตอบ "ความทุกข์ไง... บางครั้งมันทรมานเสียจน ฉันต้องเรียกร้องและถวิลหาความตายด้วยซ้ำไป"

...
#2  by  ??? At 2006-10-29 10:00, 
กลัวไม่ตายมากกว่า ...

ในที่สุดก็เข็นเรื่องแนวนี้ออกมาจนได้
ประทับใจ

คิดถึงแกนะ
ไว้ไปเที่ยวกัน
ขอโทษที่ไม่ได้ไปงานหนังสือด้วย

#3  by  Na - th (นัท) At 2006-10-29 12:09, 
ตายวันนี้
หรือพรุ่งนี้
ไม่มีใครรู้
#4  by  เอ่ยคำให้มาก At 2006-10-29 13:30, 
สุดท้าย
ก็คือ
ความตาย
#5  by  NongHoEY At 2006-10-29 23:09, 
ตายมันก็ส่วนประกอบของชีวิต.. แต่การมีชีวิตอยู่เหมือนตายไปแล้วสิ น่ากลัวกว่า


รวมเล่มเมื่อไหร่ โฆษณาด้วยนะ จะอุดหนุน

#6  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2006-10-31 13:29, 
ถ้าถามเรา ๆ ไม่กลัวตายนะ
แต่สิ่งที่กลัวคือความเจ็บปวด ความทรมาน และก็การที่จะต้องจากคนที่รักไปมากกว่าอะ
#7  by  *~อินู๋วีน~* At 2006-10-31 21:25, 
สิ่งที่กลัวมากกว่าความตาย

คือความตายของคนที่เรารัก

คนที่เหลืออยู่เจ็บปวดกว่าเสมอ
#8  by  wouldn't it be nice At 2006-10-31 22:17, 
เป็นอย่างไร
หวังไว้ว่า...สบายดี
#10  by  เอ่ยคำให้มาก At 2006-11-02 15:44, 

<< Home