"ตอนนี้ไม่มีมองไปไม่เจอ ความเหงามาเคาะประตูแล้วเหรอ"เสียงเพลงปลิ้นจากลำโพงออกมาถามผม โดยไม่สนใจรอคำตอบมันบรรเลงไปยังท่อนถัดไป และถัดไป
ผมสัมผัสความชื่้นที่หัวตาน้ำตายังไหลดีอยู่ ลำคอแน่นไปด้วยคำพูดมากมายผมผลักมันออกทีละคำอย่างยากเย็น คู่สนทนาของผมทางโทรศัพท์ก็ทำเช่นเดียวกันเธอผลักมันออกมาทีละคำอย่างยากเย็นบทสนทนาของเราเคล้าด้วยความเจ็บปวดปริมาณมาก เราทั้งคู่ร้องไห้ท่วงทำนองแห่งความเศร้าบรรเลงด้วยเสียงสะอื้นของเราทั้งสองยืดยาวไม่สิ้นสุด
"ไม่ เราไม่อยากกลับไปเจ็บอีกแล้ว" คือคำพูดที่เธอย้ำกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าผมคงยื้อเธอไว้ไม่ได้แล้วกระมังนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้ยินเสียงเธอไม่นานเกินรอบทสนทนาก็สิ้นสุดลง เธอตัดสายผมทิ้ง ผมกำโทรศัพทแน่นจนมือสั่นน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลอยู่แล้ว กลับเทออกมามากกว่าเก่าผมยินยอมปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ของมันแต่โดยดีและครวญครางควบคู่ไปกับเพลงไทยสากลจากลำโพง
"ห้องนี้มันเหงาจนอยู่ไม่ไหว จริงๆ" ผมเห็นด้วยกับคำร้องจากลำโพงเสียงของเธอยังทวนซ้ำอยู่ในหัว ชวนให้น้ำตาท่วมไปทั้งใบหน้าไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหลแม้แต่น้อย สีสันในห้องจืดชืดลงไปทันตาคงเพราะน้ำตาชะล้างมันออกไปเสียหมด เพลงกำลังเงียบลงอย่างช้าๆและความเหงาก็มายืนเคาะประตูเสียงดังกังวาล

