Life

ฉัน เธอ โลก

posted on 12 Jan 2011 03:47 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เขา และหล่อน
 
มนุษย์ชาย และหญิงคู่หนึ่งตักอาหารใส่เข้าไปในปาก อาหารที่เคี้ยวกลืนไปในแต่ละคำนั้น ค่อย ๆ ผ่านกระบวนการย่อยจนถึงขั้นดูดซึมไปเป็นพลังงานให้แก่ร่างกายของคนทั้งสอง เมื่อร่างกายได้พลังงานจึงก่อเกิดเป็นการสร้างเซลล์ ซ่อมแซม และพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโต อสุจิ และไข่ก็ถูกสร้างขึ้นในเวลาไล่เลี่ยนกันนี้เอง ฉะนั้นแล้ว ฉัน และเธอก็เป็นลูกหลานของผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ แป้ง ไขมัน และกระบวนการภายในร่างกายอีกมากมาย กระบวนการซึ่งศาสดาองค์ใด ๆ ก็ไม่มีวันสร้างได้
 
ฉัน และเธอ
 
เราต่างก็ปฏิสนธิเป็นชีวิตขึ้นในครรภ์ เติบโต จากเด็กเคลื่อนสู่ผู้ใหญ่ ป่วยไข้ และแก่ชรา จนถึงวันที่หมดลมหายใจ ทุกขั้นตอนเหล่านี้เกิดขึ้นบนดวงดาวสีฟ้า และเราทั้งสองก็จะตายดับลงบนดวงดาวดวงสีฟ้าดวงนี้ ร่างกายกับวิญญาณของเราจะไม่ได้เดินทางไปถึงมาตภูมิแห่งความเชื่อใด ๆ แต่จะปรับเปลี่ยนแปลสภาพสู่ธาตุต้นกำเนิดของดวงดาวที่เราใช้ชีวิต
 
ฉัน และเธอจะล่องลอยไปกับสายลม ซัดสาดไปกับสายน้ำ ถูกพัดพาไปฝังลงในผืนดินสักแห่ง ถูกตักไปถมบ้านจัดสรรสักหลัง กลายเป็นอาหารให้ผักต้นเล็กใบเขียวต้นน้อย ที่จะเติบใหญ่ไปเป็นแปลงผักในสวนหลังบ้านของคู่รักคู่หนึ่งที่เพิ่งมาอาศัยไม่นาน
 
และในที่แห่งนั้นเอง มนุษย์ชาย และหญิงคู่ใหม่ก็จะก้มลงเด็ดมันเพื่อไปประกอบอาหารในครัว ร่วมกับเนื้อสัตว์ แป้ง และไขมัน จากนั้นก็ตักมันโยนใส่ปาก เคี้ยว กลืน และเริ่มต้นกระบวนการอันแสนมหัศจรรย์ของจักรวาล กระบวนการแห่งชีวิตใหม่
 
ชีวิตที่ปราศจากตำนานปรำปราที่ใช้สั่งสอนถึงบาปบุญ ชีวิตที่ปราศจากอุโมงค์สีขาวที่ขอบฟ้า ชีวิตที่ปราศจากซาตาน และมนต์ดำ ชีวิตที่ปราศจากศาสดาองค์ใด ๆ บนหมู่เมฆ
 
ชีวิตบนดาวดวงนี้ที่เราเรียกว่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"โลก"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันที่ ๑

posted on 01 Jan 2011 19:52 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รักแม่ที่ ๑
รักพ่อที่ ๑
รักน้องที่ ๑
รักแฟนที่ ๑
รักเพื่อนที่ ๑
ในวันที่ ๑
และตลอดไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เจ้ากรุงเทพฯเอ๋ย

posted on 30 Dec 2010 18:54 by fling-in in Life

เจ้ากรุงเทพฯกำลังเริ่มเหงาขึ้นทีละน้อย เช่นเคยในทุก ๆ สิ้นปี ทุกคนต่างพากันเดินทางจากมันไป ท่ามกลางความมืด และลมหนาวจากซอกตึก เจ้ากรุงเทพฯนั่งร้องไห้เงียบ ๆ มันบ่นกับตัวเองด้วยน้ำเสียงขมขื่น "ไม่มีใครรู้หรอกว่าปีใหม่มันเหงาแค่ไหน" ตอนนั้นเองที่ฉันบังเอิญเดินผ่านไปได้ยินพอดี ฉันหยุดยืนครู่หนึ่งเพื่อมองหาเจ้าของเสียงเศร้า ๆ นั้น นั่นไงในเงามืด จากจุดที่ฉันยืนอยู่ฉันมองเห็นเจ้ากรุงเทพฯนั่งชันเข่า และกำลังแอบเช็ดน้ำตาที่เลอะไปทั้งแก้ม มันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่า ๆ และดูราวกับคนไม่ได้อาบน้ำมานานแสนนาน ฉันนึกสงสารมันจับใจ ฉันนึกถึงตัวเองที่ไม่มีที่ให้ต้องเดินทางไปเช่นกัน จึงตัดสินใจนั่งลงข้าง ๆ มันเสียเลย พร้อมขวดเบียร์เก่า ๆ รสเฝื่อในมือ ฉันยืนให้มัน มันส่ายหัวตอบ

 

เสียงลมหวีดหวิวพิลึกพิลั่นอยู่ครู่หนึ่ง ความเงียบเป็นบทสนทนาระหว่างฉันและเจ้ากรุงเทพฯพักใหญ่ ท่ามกลางเวลาที่เดินเชื่องช้านั้น ฉันเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ และเริ่มปริปากพูดกับมันก่อน "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราอยู่เป็นเพื่อนกันนะ จนกว่าสิ้นปีนี้จะผ่านพ้นไป" มันหันมายิ้มให้ฉันช้า ๆ แต่ในอีกนัยก็เหมือนมันไม่ได้ยิ้ม ฉันมองไม่ออกหรอก เพียงแต่รู้สึกว่าในสายตาของมันราวกับเปล่งประกายอะไรบางอย่างออกมา

 

และในความมืดที่เราทั้งสองคุ้นเคย กับพื้นถนน และผนังปูนอันแสนเย็นเฉียบที่เราสถิตกายอยู่ เจ้ากรุงเทพฯหยิบขวดเบียร์เก่า ๆ ของฉันขึ้นกระดกน้ำเมารวดเดียวหมด และเราก็เริ่มนับถอยหลังด้วยกันในวันสุดท้ายของปี

 

-----

 

สุขสันต์ปีใหม่ครับ

 

-----

  

 

โลกอินเตอร์เนต

posted on 29 Dec 2010 18:57 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

จะไม่มีใครผิดหรอก

posted on 29 Dec 2010 03:03 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ถ้าไม่ขับรถด้วยความเร็วแบบนั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

รัก

posted on 23 Dec 2010 14:46 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เรื่องบางเรื่อง
ไม่ต้องการ
คำอธิบาย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ไม่

posted on 21 Dec 2010 17:48 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่พูด ไม่ได้แปลว่า ไม่คิด
ไม่คิด ไม่ได้แปลว่า ไม่เคย
ไม่เคย ไม่ได้แปลว่า ไม่รู้
ไม่รู้ ไม่ได้แปลว่า โง่
 
หรือถ้าโง่ก็ไม่ได้แปลว่าพูดอะไรไม่ได้เลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ท้องฟ้าวันนี้

posted on 05 Dec 2010 19:01 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สี
ส้ม
เข้ม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

น้ำลายของคุณ

posted on 25 Nov 2010 01:30 by fling-in in Life
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คำวิจารณ์ของคุณไม่ได้ช่วยให้ผมเห็นแสงสว่างใด ๆ อีกเลย เพราะคำพูดเหล่านั้นของคุณเป็นประหนึ่งน้ำลายที่ถมลงบนเปลวเทียนของผมอย่างหยาบช้า คุณคิดว่าการทำแบบนั้นจะกระตุ้นให้ผมได้มองหาแหล่งกำเนิดแสงอื่น ๆ ที่แตกต่างออกไปจากความเคยชิน แต่สิ่งที่คุณไม่รู้เลยคือกว่าผมจะหล่อเทียนเล่มนั้นเสร็จ และกล้าที่จะจุดมันท่ามกลางความมืดมนนั้น มันช่างลำบากหนักหนาเพียงใด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เลือกที่จะพยายามตามกระแสศิลปะของโลกที่ไม่มีทางจะตามทัน
เลือกกลับไปควานหาขนบทางศิลปะของไทยแบบเดิม ๆ ที่ไม่มีอยู่จริง
 
 
 
หรือจริง ๆ แล้วก็แค่ไม่ต้องเลือก