fiction


ผมลืมตาตื่นบนเตียงนอน ภาพฝันยังฝังอยู่ในหัวหันไปมองด้านข้าง เห็นความว่างเปล่านอนขดตัวแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นรอบตัวเงียบสงัด ราวกับทุกอย่างในห้องถูกโอบอุ้มไว้ในอ้อมแขนของความเงียบเล็ดลอดออกมาก็แต่เพียงเสียงแผ่วเบาจากเข็มนาฬิกาบนผนังจังหวะซ้ำซากกระดิกตัวเชื่องช้า ยืดยาดประสานตัวเป็นดนตรีประกอบการแสดงแสนน่าเบื่อหน่ายของเงาจากกิ่งไม้นอกหน้าต่าง หลอดไฟจากถนนฉาบแสงสีส้มเป็นฉากเวทีบนผนังการแสดงของราตรีกาลเพิ่งจะเริ่มต้น
รินน้ำลงแก้ว ดื่มรวดเดียวหมดผมนึกพยายามเรียบเรียงความฝัน แต่ก็ได้เพียงเรื่องราวกระจัดกระจายไร้แก่นเศษภาพไม่ปะติดปะต่อ และคลุมเคลือพิลึกพิลั่น บางช่วงขาดหายคล้ายถูกลบบางช่วงชัดเจนอย่างกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นจริงหรือหากเศษซากเหล่านั้นคือความจริงกันเล่าแล้วภาพห้องสี่เหลี่ยมในเงามืดตอนนี้คือความฝัน อย่างไรแน่ผมชักจะสับสนงุนงงไปกับสัมผัสรอบกาย ยุ่งยากเกินแยกแยะ คอกระหายแห้งเป็นผงผมหันไปคว้าขวดน้ำ ดื่มของเหลวในนั้นจนหมด ลุกขึ้นล้างหน้า ใส่เสื้อนิ้วตีนหนีบแตะเดินขึ้นดาดฟ้าพร้อมบุหรี่และกล่องไม้ขีดในมือ
ยืนรับลม ลมแรง สบายตัว และหัว ผมจุดบุหรี่อย่างยากเย็น และดูดได้ไม่กี่คำเพราะลมกลับขโมยการเผาไหม้ที่ปลายบุหรี่ไปเกือบหมด ผมโยนก้นบุหรี่ลงพื้นบดขยี้ด้วยรองเท้าแตะประกายไฟตัวเล็กจิ๋วกระโจนโลดโผนชั่ววินาทีก่อนจะซ่อนตัวหายไปกับสายลมคืนนี้เมฆเปิดให้ดาวจับจองพื้นที่ว่างบนท้องฟ้าแต่งแต้มประกายแสงขาวระยิบตาบนผืนผ้าใบสีดำ
ลดสายตาจากงานจิตรกรรมบนท้องฟ้าหันไปเห็นหญิงสาวบนดาดฟ้าหอพักหญิงไม่ไกลนักเธอยืนนิ่งแหงนหน้าเหม่อมองไม่มีจุดหมาย ผมซอยสั้นขยับไหวตามลมร่างของเธอคล้ายภาพถ่ายสีขาวดำ แสงจันทร์อาบผิวกายจนซีดเผือดตัดกับผมสีดำสนิท ไม่นานเธอก็หันมามองผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง ผมจับใจความไม่ได้เธอหันกลับไปจับจ้องความเวิ้งว้างแสนไกลและเริ่มเปล่งเสียงเพลงจากริมฝีปากสีขาวซีด ท่วงทำนองล่องลอย บาดลึกเจ็บปวด ความเงียบถดถอยปล่อยให้เสียงของเธอบรรเลงเดี่ยว
เธอค่อยๆปีนตัวขึ้นไปบนระเบียง ขณะปากคายเสียงเพลงไม่หยุดหย่อนผมได้แต่มองนิ่ง ลมหายใจเริ่มถี่ระรัวรู้สึกเหมือนไม่สามารถมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่ถูกจัดไว้แล้วตรงหน้าได้เลยประหนึ่งว่าถูกตีตั๋วกำหนดไว้ให้เป็นเพียงผู้ชมแถวหน้าสุดเท่านั้นเธอยังคงเปล่งเสียงเพลงต่อไป ก้าวเท้าสู่ความว่างเปล่าร่างของเธอดิ่งลงต่ำ ตวัดกวัดแกว่ง ไม่มีสิ่งรั้ง มือโบกโหวกเหวกแหวกอากาศเหมือนเศษเนื้อซีดขาวถูกโยนลงพื้น เสียงเพลงของเธอขาดหายเป็นช่วงๆและจบลงด้วยความเงียบ
สายลมเหมือนกลั้นหายใจไปพักใหญ่ก่อนจะโกรกลมเกรียวกราวแสดงความยินดีไปกับฉากจบอันแสนพรั่นพรึงผมชะโงกหน้าลงไปดู ภาวนาขอให้นี้่เป็นเพียงความฝันแต่ทว่าเบื้องล่างนั้นคือซากชีวิตนอนแน่นิ่งบิดเบี้ยวไม่เป็นรูปพื้นถนนสีดำอาบด้วยของเหลวสีแดงข้นไฟถนนส่องจับภาพนั้นชัดเจนเฉกเช่นบนเวทีก็ไม่ปาน ผมรู้สึกแน่นหน้าอกมือสั่นเทา จนต้องลงนั่ง นี่ไม่ใช่ความฝันไปได้
ผมยกมือที่ชุ่มไปด้วยเหงือขึ้นปรบเข้าหากันเป็นจังหวะ น้ำตารินไหลไร้เหตุผล
การแสดงของราตรีกาลเสร็จสมบูรณ์แล้ว